วัดอีสาน.คอม

 

   

ค้นหา
วัดอีสาน.คอม เว็บบอร์ด ประวัติวัดเทียบศิลาราม พระอาจารย์สุพิน อัตตสันโต ...
ดู: 635|ตอบ: 0
go

พระอาจารย์สุพิน อัตตสันโต

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เวลาออนไลน์
210 ชั่วโมง 
เข้าสู่ระบบล่าสุด
2012-5-19 
ชื่อเสียง
961  
สตางค์
1679  
ความดี
985  
สมัครสมาชิกเมื่อ
2011-9-1 
เครดิต
5480 
ทักทาย
0 
เพื่อน
1 
โพสต์
894 
กระทู้
559 
แบ่งปัน
2 
UID

Medal No.1 Medal No.2 Medal No.3 Medal No.4 Medal No.5 Medal No.6 Medal No.7

โพสต์เมื่อ 2011-9-2 00:07 |แสดงโพสต์ทั้งหมด



พระอาจารย์สุพิน อัตตสันโต





พระอาจารย์สุพิน อัตตสันโต มีนามเดิมว่า สุพิน บุญเฟรือง
เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๔ ตรงกับวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีกุน
ณ บ้านเลขที่ ๐๓๔ หมู่ที่ ๑๘ บ้านหลักหินใหม่ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
โยมบิดาชื่อ นายเคน บุญเฟรือง โยมมารดาชื่อ นางนด บุญเฟรือง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ทั้งหมด ๖ คน กล่าวคือ คนแรกเป็นหญิงชื่อ นางพิมพ์ใจ งามเลิศไพศาล , คนที่ ๒ เป็นชายชื่อ นายเพียร บุญเฟรือง คนที่ ๓ เป็นหญิงชื่อ นางบุญเลี้ยง บุญเฟรือง (เสียชีวิตแล้ว), คนที่ ๔ เป็นชายชื่อ นายสุพิน บุญเฟรือง
(พระอาจารย์สุพิน อัตตสันโต) , คนที่ ๕ เป็นหญิงชื่อ น.ส.จิราพร บุญเฟรือง และคนที่ ๖ เป็นหญิงชื่อ น.ส.ลักขณา บุญเฟรือง
ท่านเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น แม้ฐานะทางบ้านจะยากจนค่อนข้างลำบาก ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา มื่ออายุถึงเกณฑ์ท่านได้เข้าเรียนที่โรงเรียนประจำหม ู่บ้านคือ
โรงเรียนบ้านตาปรก ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ แล้วไม่ได้เรียนต่อ จึงได้ช่วยครอบครัวทำไร่ทำนา เลี้ยงวัวควายตามวิถีชีวิตชาวชนบท หลังจากนั้นอีกประมาณ ๔ ปีก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร

อายุ ๑๕ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ในโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ณ วัดบ้านบักดอง ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันอังคารที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๙ โดยมีพระครูวีรปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านบักดอง เป็นพระอุปัชฌาย์ เนื่องจากช่วงนั้นยังเป็นเด็ก ความคิดและความสนใจด้านพระศาสนาจึงมีไม่มากเท่าไหร่น ัก ท่านบรรพชาอยู่ได้ ๒ ปี ก็ลาสิกขา แล้วออกเดินทางแสวงโชคในการเลี้ยงชีพจริง โดยได้ไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ คุณยายได้เสียชีวิตลง ท่านจึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดบ้านบักดอง ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในขณะนั้นท่านมีอายุ ๒๑ ปี โดยเป็นการอุปสมบทหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของ ลูกหลานผู้ชายของผู้ตายตามประเพณีการเผาศพของคนไทย เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่คุณยาย โดยมีพระครูวีรปัญญาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระสมุห์คีรี รัตนสาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ท่านได้รับฉายาว่า “อจลธัมโม” แปลว่า “ผู้มีธรรมอันไม่หวั่นไหว” แต่ก็ครองเพศบรรพชิตอยู่ได้ไม่นานเพียง ๒ พรรษาเท่านั้น ก็ลาสิกขาอีกครั้งเพราะยังหลงติดในวัยหนุ่มฉกรรจ์ของ ตนเอง ทั้งนี้ การลาสิกขาคราวนี้กลับเป็นเหตุทำให้ชีวิตผกผันโดยท่า นได้ดำเนินชีวิตไปอย่างผิดพลาดเป็นอันมาก กล่าวคือ ติดแสงสีเสียง ติดเพื่อน ติดเหล้า และสิ่งเสพติดหลายชนิด เกือบถอนตัวไม่ได้ ท่านใช้ชีวิตที่มัวเมาเสเพลหนักๆ แบบนี้เป็นเวลาเกือบ ๔ ปี
จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ ท่านได้บอกกับตนเองว่า “ถ้าเรายังเป็นแบบนี้ต่อไปคงจะไม่ไหวแน่ๆ ชีวิตอย่างนี้มันไม่มีแก่นสาระและประโยชน์อะไรเลย” จึงเป็นเหตุทำให้ท่านเริ่มหาหนังสือธรรมมาอ่านและศึก ษา แล้วเกิดความคิดเห็นว่า “หนทางธรรมนี้แหละคือหนทางที่ถูกต้อง” ท่านจึงตัดสินใจอย่างแนวแน่ว่า “เราต้องบวชเพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรมตามแนวทางขององค ์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงจะได้พบความสุขที่แท้จริงในชีวิต” ดังนั้น ท่านจึงเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอน จ.ศรีสะเกษ อีกครั้งเพื่อจะอุปสมบท

อายุ ๒๗ ปี ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดบ้านบักดอง ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ได้ญัตติในมหานิกาย เมื่อวันอังคารที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๒ โดยมีพระครูวีรปัญญาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ , พระสมุห์คีรีรัตนสาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระสมาน ธนปัญโญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “อัตตสันโต” แปลว่า “ผู้สงบ” เมื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านได้มาปฏิบัติจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านหลักหิน หมู่ที่ ๒ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีหลวงพ่อพระอธิการผาย วรปัญโญ เป็นเจ้าอาวาส รวมเวลาที่ท่านได้ปฏิบัติจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านหลักห ิน เป็นเวลา ๔ ปี (พ.ศ.๒๕๔๒-พ.ศ.๒๕๔๖)
๐ ท่านฝึกฝนการเทศน์ตามคัมภีร์ใบลานและศึกษาภาษาขอมโบร าณ และได้ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรม จนสามารถสอบนักธรรมชั้นตรี-โทได้ ที่สำนักศาสนศึกษาวัดบ้านหลักหิน ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔ หลังจากนั้นท่านได้หันเหความสนใจมาศึกษาด้านสมุนไพรแ ละรับรักษาผู้ป่วยทั่วไป พร้อมทั้งได้มีโอกาสศึกษาโหราศาสตร์จากอาจารย์เจษฏา คำไหล เพื่อใช้ให้เป็นประโยชน์ควบคู่กับการรักษาโรค
นอกจากนี้แล้ว ท่านยังคงสนใจในการศึกษาเล่าเรียนหาความรู้เพิ่มเติม ด้วยดีกอปรด้วยความขยันหมั่นเพียร จึงได้เข้าศึกษาต่อที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ จนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๓
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔ ท่านได้มีโอกาสฟังเทปธรรมะของพระอาจารย์สุโข กตปุญโญ ประธานสงฆ์สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนนท์นพเก้า ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วเกิดปีติและมีความศรัทธาเลื่อมใสเป็นอันมาก จนเป็นเหตุทำให้ท่านได้ติดตามมาอุปัฏฐากอุปถัมภ์และก ราบขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์สุโข กตปุญโญ รวมทั้ง เป็นเหตุทำให้ท่านได้ทิ้งวิชาด้านสมุนไพรเพื่อการรัก ษาโรคและโหราศาสตร์ ที่ได้ศึกษามาทั้งหมด แล้วตัดสินใจหันมาปฏิบัติธรรมและเจริญสมาธิภาวนาอบรม จิตอย่างจริงจังเพื่อแสวงหาพระสัทธรรม
ท่านได้เพียรมุ่งมั่นปฏิบัติตามหน้าที่สนองงานพระศาส นาอย่างเต็มกำลัง ยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนตามแนวทางพระพุทธศาสนาอย่างเค ร่งครัด รวมทั้ง ยึดถือในแนวทางปฏิบัติของพระอาจารย์สุโข กตปุญโญ ที่เป็นพระอาจารย์มาโดยตลอด
งานด้านเผยแผ่ธรรม ท่านจะรับกิจนิมนต์ให้ไปบรรยายธรรมตามโรงเรียน สถานศึกษา สถานที่ราชการและสถานที่อื่นๆ ตลอดจนบรรยายธรรมทางสถานีวิทยุชุมชนวิทยาลัยการอาชีพ ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ คลื่น FM ๘๘ รายการพระธรรมนำชีวิต (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา ๘.๐๐-๘.๓๐ น. , วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา ๙.๐๐-๙.๓๐ น.) ,สถานีวิทยุชุมชนคนขุนหาญ Fm 92.75 Mz รายการสายธารชิวิต ทุกวันจันทร์ - วันอาทิตย์ เวลา 06.00 - 07.00 น.
ยกเว้น วันธรรมสวนะ(วันพระ)
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕ ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูต ประจำ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
ลำดับงานด้านการปกครอง ปัจจุบันท่านเป็นประธานสงฆ์รูปแรก ณ สำนักสงฆ์เทียบศิลาราม ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ โดยเมื่อช่วงปลายปี พ.ศ.๒๕๔๖ ท่านได้รับนิมนต์จากสาธุชนชาวบ้านหมู่บ้านหลักหินใหม ่ ให้กลับมาเป็นประธานสงฆ์และประธานดำเนินการก่อสร้างส ำนักสงฆ์เทียบศิลาราม เนื่องจากสาธุชนชาวบ้านหมู่บ้านหลักหินใหม่ มีความประสงค์จะให้ท่านมาดูแลและเป็นผู้นำพาชาวบ้านป ฏิบัติธรรม ซึ่งในขณะนั้นท่านได้มาพำนักเป็นการชั่วคราวอยู่ที่ สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนนท์นพเก้า ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ใฝ่ศึกษา ตลอดเวลา โดยเฉพาะการเรียนรู้ด้านสานสนเทศและคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าด้านหลักธรรม และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาถ่ายทอดอบรมสั่งสอนพระภิกษ ุ สามเณร เด็กและเยาวชน
ทุกวันนี้ท่านได้นำพาสอนปฏิบัติธรรมให้แก่คณะศิษย์แล ะสาธุชนสายบุญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะศิษย์หมู่บ้านหลักหินใหม่และหมู ่บ้านใกล้เคียง อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จึงถือได้ว่าท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหน ึ่ง ซึ่งเพียรเสียสละมุ่งมั่นอุทิศตนทำงานเพื่อพระศาสนาแ ละสังคม มีจริยาวัตรอันงดงามควรแก่การเคารพกราบไหว้ และเป็นศูนย์รวมศรัทธาแห่งชาวบ้านหมู่บ้านหลักหินใหม ่และหมู่บ้านใกล้เคียงโดยแท้ แม้ว่าท่านจะมีอายุและพรรษาน้อย แต่มิได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

พระอาจารย์สุพิน อัตตสันโต

ปัจจุบัน

ท่านเป็นผู้นำพาเยาวชนบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนทุกปี

ท่านเป็นผู้ก่อตั้งสถานีวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาแห่งช าติวัดเทียบศิลาราม และwww.wattiabsilaram.net

ท่านเป็นผู้นำพาญาติโยมปฏิบัติธรรมทุกวันเสาร์อาทิตย ์

ท่านเป็นผู้นำพาญาติโยมอุบาสกอุบาสิกาอัญเชิญพระบรมส ารีริกธาตุถวายตามวัดเดือนละเก้าวัด

ไฟล์แนบ: คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีแอคเคานต์หรือยังไม่ได้เป็นสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

รูปแบบข้อความล้วน|วัดอีสาน

GMT+8, 2012-5-20 01:29 , Processed in 0.069388 second(s), 17 queries .

Powered by Discuz! X1.5 This website Design by Thaigraph.com

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.